my cup cake

my cup cake

วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รีวิวของกินและร้านอาหารในญี่ปุ่น - ร้าน Kitano Gourmet-tei Sapporo

คราวที่แล้วติดเอาไว้ว่าจะรีวิวร้าน  Kitano Gourmet-tei Sapporo ร้านที่ใคร ๆ ต่างก็มาถ้าเยือนซัปโปโร วันนี้ถึงคราวที่เราจะพิสูจน์แล้วว่าร้านนี้  มันจะถึงขนาดที่ต้องเรียกว่าร้านในตำนานหรือเปล่า ยังไงก็ต้องมาลองดูกันค่ะ 

ร้าน : Kitano Gourmet-tei Sapporo
พิกัด : จากสถานีรถไฟ Nijuyonken ใช้ทางออกหมายเลข 5 ตามป้ายที่โฆษณาอยู่ในสถานีเลยค่ะ
หน้าร้าน Kitano Gourmet-tei Sapporo
ป้ายบอกทางร้านภายในสถานีรถไฟ Nijuyonken

ออกจากสถานีรถไฟเดินมาก็เจอแผนที่บอกทางไปร้าน Kitano Gourmet-tei Sapporo

แผนที่แแบชัด ๆ จุดสีแดงบอกว่าตอนนี้คุณอยู่ที่นี่ เราต้องเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งนึงก่อน
แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตรงไปจนเจอทางแยกให้เลี้ยวขวา เดินไปซักพักก็ให้เลี้ยวซ้าย เดินไปอีกนิดก็เจอร้านอยู่ทางขวามือค่ะ

เดินตามแผนที่ค่ะ

เดินประมาณ 5 นาทีก็ถึงร้านแล้ว (ร้านอยู่ขวามือติด ๆ นี่เลย)

ดูโมเดลอาหารยั่วกระเพาะไปก่อนค่ะ

มีเมนูภาษาอังกฤษให้ด้วย ร้านนี้เป็นร้านดังของซัปโปโรมีรายการทีวีของทั้งไทยและญี่ปุ่นมาถ่ายทำอยู่บ่อยๆ เราเลยต้องมาพิสูจน์ 

ยังไม่ทันสั่งอะไรก็มีของกินเล่นมาเสิร์ฟก่อน เป็นปลาหมึก แตงกวา แครอทแช่ในพอนซึ เปรี้ยวๆ หวานๆ อร่อยดี 

อีกจานเป็นไข่ปลานิชิน กรุบสุดๆ แช่มาในพอนซึกับผักดองแก้เลี่ยนได้ดี

ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้วจัดจานใหญ่สุดไปเลย จานแรกเป็นข้าวหน้าปลาดิบรวมทุกอย่าง ชามนี้ 3,210 เยน ทุ่มกันสุดตัว มีกุ้งโบตั๋นตัวใหญ่ ปลาแซลม่อน หอยเชลล์ ปลามากุโระ หอยเม่น ไข่ปลาแซลม่อน หอยปีกนกแดงกับขาว ปลาหมึก ขาปูทาราบะต้ม น่าจะหมดละ ทุกอย่างสดมาก อร่อยมาก โดยเฉพาะไข่หอยเม่นไม่เหม็นคาวเลย หวานมากๆ ค่ะ
ความอร่อย : 10/10
ความคุ้มค่า : 10/10
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำค่ะ

ข้าวหน้ากุ้งโบตั๋นและสารพัดหอย 1,980 เยน ที่เลือกเมนูนี้เพราะเป็นข้าวหน้าแบบเดียวที่ไม่มีไข่ปลาแซลม่อน เนื่องจากส่วนตัวไม่ค่อยชอบไข่ปลาแซลม่อน ชามนี้มีกุ้งโบตั๋น หอยปีกนกแดงและขาว หอยเชลล์ กุ้งอร่อยหวานมากๆ หอยเชลล์อร่อย หอยปีกนกแดงก็นุ่ม
หอยปีกนกขาวก็กรุบๆ หน่อยค่ะ

ความอร่อย : 8/10
ความคุ้มค่า : 8/10
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำสำหรับคนที่ชอบกินหอย เพราะหอยเยอะมากค่ะ

ปลาชิมะฮอกเกะย่าง 980 เยน เป็นเมนูโปรดที่สั่งประจำเวลาไปกินที่ Otoya มาถึงถิ่นทั้งที่เลยต้องสั่ง โอ๊ย..ลืม Otoya ไปเลยค่ะ ปลาตัวใหญ่มากๆ เนื้อก็เยอะมีความมันของเนื้อปลามาก (มันแบบอร่อย ๆ ) เมนูนี้ดีต่อใจมากๆ กินกับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ก็ฟินแล้ว
ความอร่อย : 10+/10
ความคุ้มค่า : 10+/10
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำค่ะ

เรามาก่อนเวลาสิบเอ็ดโมงตอนนั้นยังพอมีที่ว่าง พอกินเสร็จออกมาอีกทีคิวรอเพียบเลย แถมมีทัวร์มาลงอีก โชคดีสุดๆ ไม่งั้นรอนานเลย

ร้านนี้เป็นทั้งร้านอาหารและร้านขายของฝาก มีทั้งอาหารทะเลสดๆ แช่แข็ง และตากแห้งแล้วนอกจากนี้ก็ยังมีพวกขนมที่เป็นของฝากจากฮอกไกโดด้วย ขนมของ Shiroikoibito ก็มีนะคะ
ไข่ปลานิชินแพคเรียบร้อยพร้อมนำกลับบ้าน 



ไข่หอยเม่นหวานครีมมี่มาก ๆ 

ปลาชิมะฮอกเกะอยากซื้อกลับบ้านมาก แต่ต้องไปเที่ยวที่อื่นต่อ ครั้นจะแบกปลาตากแห้งใส่เป้เที่ยวไปด้วยก็กระไรอยู่ เลยต้องตัดใจกันไป

ปูซูไว หรือปูหิมะ (Zuwaigani/Snow Crab) มีขนาดเล็กกว่าปูทาราบะเล็กน้อย ดูขาแข้งจะยาวเรียวกว่าปูทาราบะ

ปูขน (Kegani/Hair Crab/Horsehair Crab) มีขนาดเล็กกว่าปูทาราบะและปูซูไว และมีลักษณะเฉพาะก็คือ มีขนเล็กๆ ปกคลุมทั่วตัว ทำให้กินยากนิดนึงเพราะขนมันแทงมือ

ปูทาราบะ หรือปูยักษ์ (Tarabagani/Red King Crab)
มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสองปูที่กล่าวถึง

หนามมีทั้งตัวเต็มไปหมด

ปูขนที่ถูกต้มแล้ว

ปูทาราบะต้มแล้วเช่นกัน 
ถ้าใครไม่สะดวกซื้อยกตัว จะซื้อเฉพาะแต่ขาปูทาราบะต้มแล้วก็ได้ค่ะ


เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค ขาปูแบบแกะแล้วก็มีนะคะ

มาที่หอยกันบ้างค่ะ

หอยเชลล์ตัวใหญ่มากๆ 

ซ้ายมือ คือ หอย Hokkigai หรือหอยปีกนกแดง ส่วนขวามือ คือ หอย Tsubugai หรือหอยปีกนกขาว ที่เราเพิ่งจะกินไปเมื่อกี้นี้
สรุปโดยรวมประทับใจร้าน  Kitano Gourmet-tei Sapporo มาก ได้ทั้งกินอาหารญี่ปุ่นที่สดและอร่อย และยังสามารถซื้อเป็นของฝากกลับบ้านได้ด้วย คิดไว้ว่าคราวหน้าถ้ามาซัปโปโรอีกก็ต้องมาแวะกินเมนูอื่น ๆ ของร้านนี้อีกแน่นอนค่ะ 

วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รีวิวของกินและร้านอาหารในญี่ปุ่น - ร้านในฮาโกดาเตะ (Hakodate)

ไม่พูดพร่ำทำเพลงมาดูร้านอาหารเด็ด ๆ ในฮาโกดาเตะกันดีกว่าค่ะว่ามีเมนูไหนที่ไม่ควรพลาดบ้าง หรือเมนูไหนไม่กินก็ไม่ผิดบ้างค่ะ
1. ร้าน : -
    พิกัด : บริเวณ Hakodate Morning Market


ตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อกะว่าจะมากินอาหารเช้าในตลาดเช้า Hakodate ซึ่งอยู่ติดๆ กับโรงแรมเลยค่ะ เดินมาไม่ถึง 2 นาที สะดวกมากๆ เดินผ่านมาหลายร้าน จนมาเจอร้านนี้ที่คุณป้าพูดจาชักชวนจนใจอ่อนกันจนได้

ข้าวหน้าปลาดิบ 3 อย่าง แล้วแต่เราจะเลือก ชามละ 1,500 บาท แถมซุปปูให้ฟรี
มีปลาแซลมอน หอยเชลล์ และกุ้งโบตั๋น สดในระดับหนึ่ง (แอบเห็นว่าหยิบวัตถุดิบมาจากตู้เย็น) และไม่เหม็นคาว มีไข่หั่นฝอยรองอยู้ด้านล่างนิดหน่อยค่ะ
ความอร่อย : 8/10
ความคุ้มค่า : 8/10 
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำค่ะ
ชามนี้เป็นข้าวหน้าปลาดิบ 3 อย่าง ชามละ 1,500 บาท เหมือนกันมาเป็นเซตเหมือนชุดแรก ชามนี้มีไข่หอยเม่น ปู และปลาหมึก ไข่หอยเม่นหวานดีไม่เหม็นคาวเลยค่ะ
ความอร่อย : 8/10
ความคุ้มค่า : 8/10 
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำค่ะ

2. ร้าน : Raymon House Motomachi 
     พิกัด : เดินจาก Russian Orthodox Church เมือง Hakodate ประมาณ 3 นาที
     เมนูแนะนำ : ไส้กรอก

มนูแรก Coarsely ground sausage hot dog ชิ้นละ 378 เยน ขนมปังถูกอบจนข้างนอกกรอบ (เกือบไหม้นิดหน่อย) แต่ข้างในยังคงมีความนุ่ม ส่วนไส้กรอกนั้นอร่อยมาก เนื้อหมูล้วนๆ ไม่รู้สึกว่าผสมแป้งเลย หนังข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่มฉ่ำน้ำมาก รสชาติเค็มกำลังดี กินแล้วอยากกินอีก ใครเป็น Hot dog lover ถูกใจแน่นอนค่ะ 
ความอร่อย : 10+/10
ความคุ้มค่า : 10+/10
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำค่ะ

Spicy long Vienna sausage hot dog 378 เยน ความอร่อยเหมือนเมนูแรกเลย แต่เพิ่มความเผ็ดของซอสและตัวไส้กรอกขึ้นมาอีกนิด แก้เลี่ยนได้ดี
ความอร่อย : 10/10
ความคุ้มค่า : 10/10
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำค่ะ

Bouled and grilled sausage ชิ้นละ 400 เยน อันนี้แพงหน่อย เป็นไส้กรอกแบบที่มีเฉพาะที่สาขา Motomachi เท่านั้น และต้องใช้เวลาทำประมาณ 15 นาที เพราะต้องเอาไส้กรอกไปต้มก่อนแล้วค่อยมาย่างอีกรอบ รสชาติโดยรวมเหมือนลูกชิ้นหมูนะคะ  
ความอร่อย : 8/10
ความคุ้มค่า : 7/10 
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำไส้กรอก Coarsely ground ดีกว่า ชิ้นละ 250 เยน ถูกกว่าด้วยค่ะ
3. ร้าน : Snaffle's Hakodate 1998
     พิกัด: Red Brick Warehouses เมือง Hakodate

Original Cheese omelette cake set 186 เยน ประกอบด้วยชีสเค้ก 1 ชิ้น กาแฟร้อน 1 แก้ว เนื้อสัมผัสของชีสเค้กนุ๊มนุ่ม หวานแบบอ่อนๆ กำลังดี อร่อยมาก ลืมชีสเค้กแบบอื่นๆ ไปได้เลย ส่วนกาแฟก็ปกติธรรมดาค่ะ
ความอร่อย : 10+/10
ความคุ้มค่า : 10+/10

แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำค่ะ

Strawberry Cheese omelette cake set 186 เยน รสชาติและรสสัมผัสเหมือนแบบดั้งเดิมทุกอย่าง เพียงแต่มีกลิ่นของสตอร์เบอร์รี่ที่หอมเพิ่มขึ้นมา
ความอร่อย : 10/10
ความคุ้มค่า : 10/10
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำค่ะ
4. ร้าน : Lucky Pierrot มีหลายสาขา แต่มีเฉพาะในเมือง Hakodate เท่านั้น
     พิกัด : เยื้องๆ Red Brick Warehouses เมือง Hakodate 

ร้าน Lucky Pierrot ก่อตั้งมาตั้งปี 1987 มีชื่อเสียงสุดๆ เมื่อวง GLAY ซึ่งเป็นดนตรี J-Rock ชื่อดังเขียนแนะนำเมนู ใน GLAY WALKER เชิญชวนให้ชิม Chinese Chicken Burger จนกลายเป็นเมนูที่ขายดีเป็นเป็นอันดับ 1
ร้านตกแต่งสไตล์ละครสัตว์ทั้งด้านนอกด้านในดูเด่นสะดุดตาเรียกลูกค้าได้สบายๆ ค่ะ
เลือกสั่งเมนูเด็ดที่ได้รับการแนะนำ มาลองดูซิมันอร่อยจริงอย่างที่แนะนำกันหรือเปล่า
เมนูแรกขายดีเป็นอันดับ 1 Chinese Chicken Burge 350 เยน ถือว่าราคาไม่แพง ตัวขนมปังเป็นขนมปังเบอร์เกอร์แบบปกติทั่ว ๆ ไป ส่วนข้างในเป็นเนื้อไก่ชุบแป้งทอดแล้วคลุกซอสหวานๆ เปรี้ยวๆ คล้ายไก่ทอดเปรี้ยวหวานแบบจีน ในความเห็นรู้สึกว่ามันธรรมดาๆ และออกหวานมากไปหน่อย ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ค่ะ
ความอร่อย : 6.5/10
ความคุ้มค่า : 8/10 
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำสำหรับคนชอบของทอดและชอบหวานๆ ค่ะ
เครืองดื่มโซดากระป๋องของร้าน 120 เยน รสชาติหวานๆ เหมือนกระทิงแดงใส่โซดา  
ความอร่อย : 5/10
ความคุ้มค่า : 5/10 
แนะนำ/ไม่แนะนำ : ไม่ค่อยชอบรสชาติแบบนี้ค่ะ 
ไส้กรอกอันละ 200 เยน ธรรมดามากๆ 
ความอร่อย : 7/10
ความคุ้มค่า : 7/10 
แนะนำ/ไม่แนะนำ : กินก็ได้ แต่ไม่กินถือว่าไม่ผิดค่ะ

Soft Cream Caramel Nut Silk 350 เยน รสชาติของ soft cream ก็หวานอย่างที่มันควรจะเป็น บวกกับคาราเมลยิ่งหวานหนักเข้าไปอีก แต่กินกับขนมปังแท่งๆ ที่ให้มาด้วยก็อร่อยดีค่ะ 
ความอร่อย : 8/10
ความคุ้มค่า : 8/10 
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำค่ะ
4. ร้าน : ร้านหมูย่าง Hasegawa 
    พิกัด : เยื้องๆ Red Brick Warehouses เมือง Hakodate ติดๆ กับร้าน Lucky Pierrot
ร้าน Hasegawa เป็นร้านสะดวกซื้อที่มีเฉพาะในฮาโกดาเตะเท่านั้น แต่ละแห่งจะมีครัวที่ปรุงอาหารขึ้นมาใหม่ๆ
ความจริงร้านนี้เราสามารถสั่งเป็นเบนโตะได้ แต่เพิ่งอิ่มจากร้าน Lucky Pierrot เลยสั่งแต่หมูย่างเพียวๆ แบบราดซอสเทริยากิไม่เอาข้าว จำราคาได้ไม่แม่น 3 ไม้ น่าจะประมาณ 300 เยน ค่ะ
ความอร่อย : 8/10
ความคุ้มค่า : 8/10 
แนะนำ/ไม่แนะนำ : แนะนำค่ะ
เอาล่ะค่ะ ใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางของเราเข้าไปทุกทีแล้ว สถานีต่อไปเราจะไปชิมอะไรที่โอตารุกัน ติดตามกันได้นะคะ